ความขัดแย้งในองค์กร
ในองค์กร มีหน่วยงาน และบุคลากรมากมาย เป็นกลุ่ม เป็นทีม
มีผู้นำและผู้ตาม การทำงานในองค์กรย่อมมีความขัดแย้งไม่มากก็น้อย
สาเหตุ : เกิดจาก
-ลักษณะองค์กร
-ผลประโยชน์ไม่สมดุล
-ความแตกต่างของเป้าหมาย
-บุคคลต้องปฏิบัติร่วมกัน
-ความคาดหวังที่แตกต่างกัน
-การประสานงานระหว่างหน่วยงานย่อย
-ความแตกต่างของกลุ่มในการปฏิบัติงาน
-กระบวนการสื่อสาร
welcome for shared knowledge and experience
วันจันทร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2553
วันอาทิตย์ที่ 8 สิงหาคม พ.ศ. 2553
การสร้างเสริมประสิทธิภาพในการบริหารงาน ตอนที่ 8-1(ความขัดแย้งของบุคคล)
ความขัดแย้งของบุคคล
เป็นความขัดแย้งที่เกิดจากที่บุคคลมีความแตกต่างกันทั้งค่านิยม ความเชื่อ ทัศนคติ และเป้าหมายที่ไม่สอดคล้องกัน ซึ่งคนแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์ของตัวเองมีการเรียนรู้ มีการรับรู้ที่อาจเหมือนกัน ใกล้เคียงกัน หรือแตกต่างกันก็ได้
สาเหตุ: โดยเกิดจากภูมิหลังของบุคคล ตาม
-แบบฉบับของแต่ละคน
-ความรับรู้
-กระบวนการสื่อสารของบุคคล
-สภาพขององค์การไม่เอื้ออำนวย
-ความต้องการของบุุคคลไม่ด้รับการตอบสนองที่เหมาะสม
-สถานภาพ
เป็นความขัดแย้งที่เกิดจากที่บุคคลมีความแตกต่างกันทั้งค่านิยม ความเชื่อ ทัศนคติ และเป้าหมายที่ไม่สอดคล้องกัน ซึ่งคนแต่ละคนล้วนมีประสบการณ์ของตัวเองมีการเรียนรู้ มีการรับรู้ที่อาจเหมือนกัน ใกล้เคียงกัน หรือแตกต่างกันก็ได้
สาเหตุ: โดยเกิดจากภูมิหลังของบุคคล ตาม
-แบบฉบับของแต่ละคน
-ความรับรู้
-กระบวนการสื่อสารของบุคคล
-สภาพขององค์การไม่เอื้ออำนวย
-ความต้องการของบุุคคลไม่ด้รับการตอบสนองที่เหมาะสม
-สถานภาพ
การสร้างเสริมประสิทธิภาพในการบริหารงาน ตอนที่ 8(การบริหารความขัดแย้ง)
การบริหารความขัดแย้ง
ความหมาย : ความรู้สึกหรือปฏิกิริยาของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลในองค์กรที่มีความเห็น
ความต้องการ ค่านิยม และเป้าหมาายไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งการต่อสู้กัน
เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด หรือการที่ฝ่ายหนึ่งรุกล้ำ หรือขัดขวางการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่ง
เพื่อให้เป้าหมายของตนบรรลุผล
สาเหตุ ของความขัดแย้ง
1. ความขัดแย้งของบุคคล
2.ความขัดแย้งในองค์กร
ความหมาย : ความรู้สึกหรือปฏิกิริยาของบุคคล หรือกลุ่มบุคคลในองค์กรที่มีความเห็น
ความต้องการ ค่านิยม และเป้าหมาายไม่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมทั้งการต่อสู้กัน
เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด หรือการที่ฝ่ายหนึ่งรุกล้ำ หรือขัดขวางการกระทำของอีกฝ่ายหนึ่ง
เพื่อให้เป้าหมายของตนบรรลุผล
สาเหตุ ของความขัดแย้ง
1. ความขัดแย้งของบุคคล
2.ความขัดแย้งในองค์กร
การสร้างเสริมประสิทธิภาพในการบริหารงาน ตอนที่ 7 - 3 (บทสรุปการบริหารเวลา)
การบริหารเวลาเป้นเครื่องมือที่สำคัญ ในการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด
การใช้เวลาออย่างไร้ประโยชน์ จะทำให้เกิดความเครียด ความกังวล จนถึงขั้น
"เสียบุคลิกภาพ"
ท่านคิดว่า ท่านจะเป็นผู้บริหารงานที่บริหารเวลา ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ได้อย่างไร ?
เป็นประเด็น น่าคิด.........
การใช้เวลาออย่างไร้ประโยชน์ จะทำให้เกิดความเครียด ความกังวล จนถึงขั้น
"เสียบุคลิกภาพ"
ท่านคิดว่า ท่านจะเป็นผู้บริหารงานที่บริหารเวลา ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ได้อย่างไร ?
เป็นประเด็น น่าคิด.........
การสร้างเสริมประสิทธิภาพในการบริหารงาน ตอนที่ 7 - 2 (การบริหารเวลา)
หลักการบริหารเวลา 10 ประการ
"สเตฟานี คาล์พ" เสนอหลักการบริหารงานไว้ 10 ประการคือ
1.จงตระหนักถึงคุณค่าของเวลาที่มีอยู่
2.จงวางแผน
3.จงจัดลำดับเรื่องที่จะทำในแต่ละวัน
4.จงเขียนรายการโครงการที่ต้องทำ
5.จงจัดสรรเวลาให้เหมาะสม
6.หัดเป็นคนมีความยืดหยุ่น
7.หัดพูดคำว่า "ไม่"
8. หาสมุดบันทึกคู่ใจ
9.จงเป้นคนที่รู้จักยอมเสียความสมบูรณ์แบบบ้าง
10.หาทางแบ่งเบาภาระในงานและชีวิตลงบ้าง
"สเตฟานี คาล์พ" เสนอหลักการบริหารงานไว้ 10 ประการคือ
1.จงตระหนักถึงคุณค่าของเวลาที่มีอยู่
2.จงวางแผน
3.จงจัดลำดับเรื่องที่จะทำในแต่ละวัน
4.จงเขียนรายการโครงการที่ต้องทำ
5.จงจัดสรรเวลาให้เหมาะสม
6.หัดเป็นคนมีความยืดหยุ่น
7.หัดพูดคำว่า "ไม่"
8. หาสมุดบันทึกคู่ใจ
9.จงเป้นคนที่รู้จักยอมเสียความสมบูรณ์แบบบ้าง
10.หาทางแบ่งเบาภาระในงานและชีวิตลงบ้าง
การสร้างเสริมประสิทธิภาพในการบริหารงาน ตอนที่ 7 - 1 (การบริหารเวลา)
ขั้นตอนในการวางแผนในการบริหารเวลา มี 6 ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ 1 จัดภารกิจแห่งชีวิต : กำหนดภารกิจในชีวิตให้ชัดเจน
ขั้นตอนที่ 2 กำหนดเป้าประสงค์ : กำหนดการลงมือกระทำสิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จในช่วงเเวลาหนึ่ง
ขั้นตอนที่ 3 งานที่คั่งค้าง : จัดลำดับความสำคัญของงานที่คั่งค้าง ซึ่งต้องทำให้สำเร็จ เขียนรายการสิ่งเหล่านั้นในสมุดบันทึกและจัดหมวดหมู่ของงาน
ขันตอนที่ 4 จัดโครงการที่จะทำเพื่อจัดระเบียบให้ชีวิต โดยวางแผนเป็นโครงการ จะสามารถบริิหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิผล
ขั้นตอนที่ 5 จัดลำดับความสำคัยของโโครงการ เพื่อปฏิบัติก่อนหลัง โดยดูจากเป้าประสงค์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ขั้นตอนที่ 6 ลงมือปกิบัติตามกำหนดการที่ตั้งไว้ โดยแผนการต้องมีความยืดหยุ่น โดยต้องเผื่อตารางเวลาหากมีงานเร่งด่วน
ขั้นตอนที่ 1 จัดภารกิจแห่งชีวิต : กำหนดภารกิจในชีวิตให้ชัดเจน
ขั้นตอนที่ 2 กำหนดเป้าประสงค์ : กำหนดการลงมือกระทำสิ่งที่ต้องการทำให้สำเร็จในช่วงเเวลาหนึ่ง
ขั้นตอนที่ 3 งานที่คั่งค้าง : จัดลำดับความสำคัญของงานที่คั่งค้าง ซึ่งต้องทำให้สำเร็จ เขียนรายการสิ่งเหล่านั้นในสมุดบันทึกและจัดหมวดหมู่ของงาน
ขันตอนที่ 4 จัดโครงการที่จะทำเพื่อจัดระเบียบให้ชีวิต โดยวางแผนเป็นโครงการ จะสามารถบริิหารเวลาได้อย่างมีประสิทธิผล
ขั้นตอนที่ 5 จัดลำดับความสำคัยของโโครงการ เพื่อปฏิบัติก่อนหลัง โดยดูจากเป้าประสงค์ ผลที่คาดว่าจะได้รับ
ขั้นตอนที่ 6 ลงมือปกิบัติตามกำหนดการที่ตั้งไว้ โดยแผนการต้องมีความยืดหยุ่น โดยต้องเผื่อตารางเวลาหากมีงานเร่งด่วน
การสร้างเสริมประสิทธิภาพในการบริหารงาน ตอนที่ 7(การบริหารเวลา)
การบริหารเวลา (Time Management)
การบริหารเวสาของผู้นำ เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งเราะเป็นการช่วยให้คนเราตระหนักว่า การทำงานมาก การรับผิดชอบมาก ไม่ใช่เรื่องงยากและน่าหนักใจ ถ้าเข้าใจเรื่อง เวลา ในฐานะเป็นเงื่อนไข หรือ ข้อจำกัด ที่สำคัญ เราสามารถที่จะสรรงาน แบ่งงาน ที่สำคัญที่สุดทำก่อน ได้อย่างถูกต้อง
ประเภทของการใช้เวลา สามารถแยกเป็น 5 ปรเภท คือ
1. สำคัญละเร่งด่วน
2. สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน
3. เร่งด่วนแต่่ไม่สำคัญ
4. ยุ่งเหยิง
5. เสียเวลาเปล่า
การบริหารเวสาของผู้นำ เป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่งเราะเป็นการช่วยให้คนเราตระหนักว่า การทำงานมาก การรับผิดชอบมาก ไม่ใช่เรื่องงยากและน่าหนักใจ ถ้าเข้าใจเรื่อง เวลา ในฐานะเป็นเงื่อนไข หรือ ข้อจำกัด ที่สำคัญ เราสามารถที่จะสรรงาน แบ่งงาน ที่สำคัญที่สุดทำก่อน ได้อย่างถูกต้อง
ประเภทของการใช้เวลา สามารถแยกเป็น 5 ปรเภท คือ
1. สำคัญละเร่งด่วน
2. สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน
3. เร่งด่วนแต่่ไม่สำคัญ
4. ยุ่งเหยิง
5. เสียเวลาเปล่า
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)